รีวิว Samsung Galaxy S II โดย PhoneMove.com
ข่าวสาร เทคโนโลยี | Friday, July 8th, 2011 at 9:32 am


Samsung กลับมาอีกครั้งในปีนี้ หลังจากความสำเร็จของ Samsung Galaxy S ในปี 2010 ที่ผ่านมา และจากการได้รับเลือกผลิต Nexus S ซึ่งเป็น Google Phone รุ่นที่สอง ทำให้ Samsung เข้าใจใน Android ขึ้นมาก และได้นำเอาประสบการณ์ทั้งหมดมาใส่ไว้ในมือถือเรือธงรุ่นล่าสุด ซึ่งก็คือ Samsung Galaxy S II (อ่านว่า ซัมซุง-กาแลกซี่-เอสทู) โดย Samsung Galaxy S II นั้น ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังของ CPU แบบ Dual-Core Exynos ความเร็วสูงถึง 1.2GHz นอกจากนี้ยังให้ RAM มาถึง 1GB ซึ่งแค่สเปกของสองชิ้นส่วนนี้ก็ยอมรับได้ว่ามือถือสมาร์ทโฟนเครื่องนี้จาก Samsung นั้น ก็อยู่ในระดับเดียวกับคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว นอกจากนี้ Samsung ยังได้ใช้จอแบบใหม่ที่พึ่งพัฒนาขึ้นมาคือ Super AMOLED Plus ไว้ในมือถือรุ่นนี้ และยังมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นถึง 4.3 นิ้วเลยทีเดียว และความบางของ Galaxy S II นั้นบางเพียง 8.4 มิลลิเมตรเท่านั้น

สเปกของ Samsung Galaxy S II

• ซีพียู 1.2 GHz dual-core• หน้าจอ 4.3 นิ้ว Super AMOLED Plus display (480 x 800)• กล้องหลักด้านหลัง 8 megapixel พร้อม LED flash• กล้องหน้า 2 megapixel สำหรับการใช้งาน video-chat• ความจุ 16/32GB • ช่องใส่ microSD (up to 32GB)• บันทึกวีดีโอความละเอียด 1080p HD • สนับสนุน HDMI • Android 2.3.3 Gingerbread พร้อมTouchWiz UI 4.0• Bluetooth 3.0• WiFi (a/b/g/n) 2.4GHz / 5GHz bands• GPS• DLNA

ฮาร์ดแวร์
Samsung Galaxy S II ได้มีการปรับเปลี่ยน cpu ใหม่ ซึ่งจากเดิมคือจะใช้ cpu Tegra 2 จาก NVIDIA และ Exynos ของ Samsung เอง แต่ cpu ในรุ่นเดิมนั้นมีผลการทดสอบไม่เป็นที่น่าพอใจ Samsung จึงเปลี่ยน cpu ใหม่เป็น Exynos ความเร็ว 1.2GHz ทำให้ Samsung Galaxy S II นั้นเป็นมือถือ Dual-Core ที่เร็วที่สุดในตลาดมือถือสมาร์ทโฟนตอนนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ Samsung ยังให้ RAM มาสูงถึง 1GB เลยทีเดียว และ Galaxy S II นี้จะมีความจุ 2 ขนาดคือ 16GB และ 32GB แต่ที่ได้ยินมาคือรุ่นที่ขายในประเทศไทยนั้นจะมีแค่รุ่น 16GB เท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นมือถือที่เหมาะกับสภาพการใช้งาน 3G ที่เมืองไทยเป็นอย่างมาก เพราะว่า Galaxy S II นั้นรองรับ 3G ที่ย่านความถี่ 850/900/1900/2100 MHz ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้ง 3G ของ true/dtac (850MHz) และ 3G ของ AIS (900MHz) และ 3G ของ TOT (2100MHz) ก็ยังสามารถใช้งานได้  เรียกได้ว่าเหมาะกับทุกเครือข่ายใหญ่ในบ้านเราจริงๆครับ แต่เครื่องขายจริงของบ้านเรานั้นจะแบ่งเครื่องออกเป็น 2 แบบคือ มีทั้งเครื่องที่รองรับคลื่น 3G 850MHz และอีกเครื่องที่รองรับ 3G 900MHz ครับ

สำหรับขนาดของ Samsung Galaxy S II ต้องยอมรับเลยว่ามีความบาง และเบามาก ซึ่งตรงข้ามกับขนาดหน้าจอที่ใหญ่เลยทีเดียว เพราะตอนแรกคิดว่ามือถือหน้าจอใหญ่ๆ (หน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว) แบบนี้จะต้องมีน้ำหนักมาก แต่ Galaxy S II นั้นกลับเบามาก (น้ำหนักแค่ 116 กรัม) และก็ยังบางมากอีกด้วย เพราะ Galaxy S II นั้นบางเพียง 8.49 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นความบางที่บางกว่า Apple iPhone 4 (บาง 9.3 มิลลิเมตร) และ Sony Ericsson Xperia Arc (บาง 8.7 มิลลิเมตร) เลยทีเดียว

นอกจากนี้  Samsung ยังได้ใส่เซนเซอร์มาให้ถึง 9 เซนเซอร์เลยทีเดียว เรียกได้ว่าเห็นเครื่องบางๆแบบนี้ แต่มีเซนเซอร์ภายในเยอะมากครับไม่ว่าจะเป็น light sensor, proximity sensor, gyroscope และเซนเซอร์อื่นๆ

สำหรับ ฮาร์ดแวร์ด้านการถ่ายภาพนั้น Galaxy S II มาพร้อมกล้องด้านหน้าขนาด 2 ล้านพิกเซล ซึ่งเป็นกล้องที่ไม่สามารถถ่ายวีดีโอได้ แต่สามารถนำมาใช้งานในการถ่ายหน้าตัวเองสำหรับสาวๆ หรือว่าไว้ใช้งานวีดีโอแชทครับ ส่วนกล้องหลักบริเวณด้านหลังนั้นให้มาถึง 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และยังสามารถถ่ายวีดีโอความละเอียดถึง 1080p ได้ครับ

สำหรับแบตเตอรี่รุ่นนี้ให้แบตเตอรี่มา 1650 mAh ครับ


Super AMOLED Plus


Galaxy S II มาพร้อมหน้าจอรุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาจาก Super AMOLED ที่ใช้ใน Galaxy S เดิม มาถึงรุ่น Galaxy S II นี้ก็เปลี่ยนมาใช้จอแบบ Super AMOLED Plus ซึ่งยังคงมีขนาดความละเอียดหน้าจอมาตรฐานอยู่ที่ 800×480 พิกเซล ถึงแม้ว่าจอแบบใหม่นี้จะมีขนาดพิกเซลเท่ากับ Super AMOLED เดิม ไม่เหมือนกับจอแบบ qHD และ Retina ที่ทั้งสองจอนั้นมีความละเอียดที่มากกว่า แต่ Super AMOLED Plus กลับให้ความรู้สึกที่เหนือกว่าเพราะว่าหน้าจอนั้นมีความสดที่มากกว่า ตั้งแต่แว้บแรกที่เปิดเครื่องมาจนถึงหน้า home screen ยอมรับว่าหน้าจอแบบ Super AMOLED Plus นั้นสีสดจริงๆ และสดมากด้วย ด้วยข้อดีจึงจุดนี้จึงลบข้อด้อยของความละเอียดหน้าจอที่น้อยกว่าไปได้ เพราะเมื่อมองที่จอของ Galaxy S II นั้น กลับไม่รู้สึกเลยแม้แต่น้อยว่าจอรุ่นนี้มีความละเอียดน้อยกว่าครับ ถือว่า Samsung พัฒนาจอแบบใหม่มาได้ดีมากเลยจริงๆ


ด้าน ความใหญ่ของหน้าจอที่เพิ่มขึ้นมา 0.3 นิ้วจาก Galaxy S เดิมนั้นก็ทำให้ Galaxy S II นั้นมีบริเวณในการสัมผัสหน้าจอที่มากขึ้น และแน่นอนว่าให้ความรู้สึกในการใช้งานที่ดีกว่า iPhone 4 ที่มีหน้าจอแค่ 3.5 นิ้วอย่างแน่นอนครับ เพราะเวลาแสดงผลมัลติมีเดียต่างๆ หรือแม้แต่การเปิดเว็บเบราเซอร์นั้นขนาดหน้าจอ 4.3 นิ้ว นั้นมีผลต่อความรู้สึกจริงๆครับ นอกจากนี้จอของ Galaxy S II ยังมีองศาในการมองที่มากอีกด้วย

ด้าน ความสว่างของ background นั้นยังสามารถปรับได้ถึง 3 ระดับด้วยกันครับ มี Dynamic, Standard และ Movie ผมลองปรับดูแล้ว Dynamic จะให้ภาพออกมาสีสดมากกว่าเดิม (ปกติก็สดอยู่แล้ว)

ลอง มาดูภาพเปรียบเทียบความชัดของจอแบบ Super AMOLED Plus กับจอแบบ Reality Display ของ Sony และจอแบบ S-LCD ดูครับ ว่าสีสันของจอภาพนั้นแตกต่างกันแค่ไหน


จาก ภาพเปรียบเทียบก็จะเห็นได้ชัดว่า หน้าจอแบบอื่นๆนั้นสีดูซีดไปหมดเลยครับ ในภาพที่เห็นนี้ผมปรับความสว่างของจอเป็นแบบสว่างมากที่สุดแล้วด้วยครับ

สำหรับ multitouch นั้นสามารถทำได้ถึง 10 จุดด้วยกันครับ


ซอฟต์แวร์


Galaxy S II มาพร้อมกับ Android 2.3.3 ครอบด้วย TouchWiz UI 4.0 ซึ่งเป็น TouchWiz ที่พัฒนาขีดความสามารถจากที่เราเห็นกันมาแล้วใน Galaxy S เดิม ซึ่งก็ได้มีฟีเจอร์ใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาก

ที่ หน้า home screen นั้น TouchWiz 4.0 จะแบ่งหน้าออกเป็นทั้งหมด 7 หน้า ซึ่งได้มีการเพิ่ม pinch gesture บนหน้าจอ home screen เข้ามา และที่เด่นๆก็คือ widget แบบใหม่ๆของ Samsung ที่ทำออกมาได้คุณภาพมากครับ เพราะแต่ละ widget นั้นสามารถที่จะเปลี่ยนขนาดได้ หลักๆ ก็จะมี สภาพอากาศ, นาฬิกา, ปฏิทิน, กระดาษโน้ต, task manager และนอกจากนี้ Samsung ได้มีการออกแบบหน้าตาในการเพิ่มและลด widget ใหม่ ให้เป็นการเลื่อนตามแนวนอน ซึ่งการออกแบบหน้าตาแบบใหม่นี้ก็ทำให้หน้าตาดูสวยงามดีครับ แต่ก็มีจุดด้อยเล็กน้อยคือเวลาเลื่อนไปตามแนวนอนจะรู้สึกว่าช้ากว่า widget ในแบบแนวตั้ง แต่จุดนี้ให้อภัยได้ครับเพราะมันสวยนั่นเอง
และบนหน้าจอ home screen ทั้ง 7 หน้านั้น เรายังสามารถที่จะสร้างโฟลเดอร์บนหน้าจอได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีจุดที่น่าสนใจที่แตกต่างจาก Android ตัวอื่นก็คือ แอพ ที่ Samsung ใส่เข้ามาใน Galaxy S II ซึ่งก็จะมีดังนี้ครับ

1. Music Hub : ร้านขายเพลงของ Samsung แต่ไม่เปิดใช้งานในประเทศไทยครับ

2. Game Hub : เป็นที่แสดงเกมที่แนะนำไว้ และยังมีลิงค์ให้ดาวน์โหลดเกมเวอร์ชั่นทดลองไปเล่นอีกด้วย

3. Reader Hub : เป็นร้านขายหนังสือที่สามารถจะเข้าไปอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ ซื้อแมกกาซีนโดยผ่านบริการของ Zino และซื้อหนังสือโดยผ่านบริการของ Kobo

4. Social Hub : เป็นแหล่งรวม social ต่างๆของเล่น เช่น email, social network (Facebook, twitter,…). Windows Live Messenger, Gtalk แต่ยังทำหน้าตาออกมาไม่ค่อยน่าใช้งานเท่าไหร่ครับ

5. Voice Command : เป็นการสั่งงานด้วยเสียง ซึ่ง Samsung ได้ติดตั้ง Vlingo สำหรับการสั่งงานด้วยเสียงมาให้เลย สามารถที่จะใช้เสียงสั่งโพสต์อัพเดทสเตตัสหรือข้อความบน Twitter, Facebook หรือจะโทรออกและเขียนข้อความไปหาคนที่อยู่ในสมุดโทรศัพท์ของเราก็สามารถทำได้แค่การสั่งด้วยเสียงครับ

6. โปรแกรมปรับแต่งภาพและวีดีโอ : Samsung ได้ ใส่โปรแกรมสำหรับปรับแต่งภาพมาให้ในตัวเลย ซึ่งสามารถใส่เอฟเฟ็คและฟิลเตอร์ต่างๆได้ครับ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมสร้างวีดีโอที่การใช้งานก็เป็นไปในลักษณะเดียวกันกับ iMovie ของ iOS เลยทีเดียวครับ สามารถตัดต่อวีดีโอและใส่เสียง เป็นพรีเซนเทชั่นได้ใน Galaxy S II เครื่องเดียวเลย

7. Kies Air : เป็นแอพที่สามารถรีโมทเครื่อง Galaxy S II ของเราให้มาโผล่บนหน้าจอเบราเซอร์ของคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กของเราได้ครับ ซึ่งใน Kies Air นี้จะสามารถจัดการกับไฟล์ใน Galaxy S II ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสมุดโทรศัพท์, รูปภาพ, วีดีโอ, call log ฯลฯ

มา ดูด้านคีย์บอร์ดกันบ้าง โดยคีย์บอร์ดของ Galaxy S II จะให้มา 2 แบบด้วยกันครับ คือ คีย์บอร์ดของ Samsung และอีกอันหนึ่งคือ Swype คีย์บอร์ดครับ โดยในส่วนของคีย์บอร์ดของ Samsung เองนั้นจะเป็นคีย์บอร์ดแบบ Gingerbread และมีแค่ 3 แถวครับ โดยรวมยังใช้งานไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เพราะเวลาพิมพ์ยังกดซ่อนคีย์บอร์ดไม่ได้ แนะนำให้ดาวน์โหลดตัวอื่นใน Android Market มาใช้แทนครับ ส่วนคีย์บอร์ด Swype นั้นพิมพ์ได้แม่นมากครับ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นเลยทำให้การลากนิ้วนั้นแม่นขึ้น นั่นเอง

ส่วนเวลาเลือกคำ จะมีเมนู pop up ขึ้นมาให้เลือกเลยครับ ทั้ง copy, cut, paste หรือเก็บข้อความไว้ใน clipboard

สำหรับ ใครที่อยากทราบค่า Benchmark ด้วยโปรแกรม Quadrant ของ Samsung Galaxy S II นั้น เครื่องที่ผมได้มาทดสอบนั้นสามารถทำคะแนนได้เยอะมากจริงๆ มากกว่าที่เว็บไซต์ Engadget ทดสอบเครื่องนี้ไปเสียอีกครับ (Engadget ทดสอบได้ 3396 คะแนน) โดย Galaxy S II สามารถทำคะแนนของ Quadrant ได้ที่ 3780 คะแนน ครับ

อายุการใช้งานแบตเตอรี่

ถึง แม้ว่า Galaxy S II นั้นจะมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 4.3 นิ้ว และมี cpu แบบ Dual-Core ความเร็วถึง 1.2GHz แต่ก็สามารถใช้งานได้จนเต็มวันโดยที่ไม่ต้องชาร์จในระหว่างวันเลยครับ โดยระหว่างทำการทดสอบการใช้งานในระหว่างวันตามปกติ ทั้งทวีตข้อความ คุยโทรศัพท์ และต่อ WiFi อยู่ตลอดเวลานั้น Galaxy S II สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 14 ชั่วโมง 23 นาทีเลยทีเดียวครับ นับว่าอึดใช้ได้เลยทีเดียว

กล้อง

Samsung Galaxy S II มาพร้อมกล้องหน้าขนาด 2 ล้านพิกเซล เป็นกล้องสำหรับใช้งานวีดีโอคอล หรือจะนำมาใช้ถ่ายภาพตัวเองก็ได้ครับ