ใส่สินค้าอย่างเหนือชั้น ให้ติดอันดับ Google!!!
FAQ, คู่มือการใช้งาน TARADquickweb.com | Monday, July 5th, 2010 at 12:18 pm

ใส่สินค้าอย่างเหนือชั้น ให้ติดอันดับ Google!!!

อ่านแล้วทำตามรับประกัน Google ค้นเจอ !!!

วันนี้จะมาแนะนำ เทคนิคเล็กๆน้อยเพื่อเพิ่มยอดขายให้แก่พี่น้องครับ โดยสิ่งที่ผมจะแนะนำพวกท่านก็คือ ปรับแต่งร้านค้าของเราให้ง่ายต่อการ SEO…. บางท่านอาจจะงง SEO คืออะไร ?   สรุปสั้น SEO ก็คือการทำยังไงก็ได้ให้ติด อันดับการค้นหาของ Google  ลองคิดตามผมนะครับ ถ้ามีป้ายประชาสัมพันธ์ ป้ายๆหนึ่ง ที่มีคนเข้ามาหาข้อมูลจากป้ายนั้น วันละมากกว่า 200 ล้าน คนต่อวัน แล้ว ร้านค้าเราติดอยู่หน้าแรกแถมติด ที่ 1 คิดดูสิคนจะเข้ามาร้านค้าเราเพื่อซื้อสินค้าจะมีมากขนาดไหน ^_^

Google เปรียบเหมือนป้ายประชาสัมพันธ์ ที่บอกไปเมื่อสักครู่ เพราะวันนึงคนเข้ามาใช้ goolge เยอะมากมายหลักร้อยล้าน ถ้าเราทำให้ร้านค้าเราติดอันดับในนั้นได้เราก็สามารถเพิ่มโอกาศทางการขายได้ มากเลยล่ะครับ


แล้วต้องทำอย่างไร ?

เราต้องเริ่มจากการหา keyword ก่อนเลยครับ keyword คืออะไร?

keyword คือคำที่ผู้ซื้อต้องการจะซื้อ หรือเป็นชนิดสินค้าที่ผู้ขายต้องการจะขายนั่นเองครับ ง่ายๆเลยถ้าคุณต้องการจะขายนาฬิกา G Shock คำว่า“นาฬิกา G Shock, G-shock ” คือ keyword ของคุณครับ โดยที่ keyword ที่ดีนั้นจะมีเงื่อนไขง่ายๆดังนี้ครับ
1.    ห้ามแปลคำศัพท์เฉพาะ เช่น Ipad ก็ คือ Ipad ห้ามใช้คำว่า ไอแพต หรือ นาฬิกา G Shock ห้ามใช้คำว่า นาฬิกา จีชอก  นะครับ
2.    อย่าใช้ความหมายที่กว้างจนเกินไป เช่น คุณจะขายผ้าไหม ถ้าไม่อยากเจอคู่แข่งมหาศาล ห้ามใช้คำว่า “ผ้าไหม” ควรจะบอกด้วยครับว่าผ้าไหมอะไร เช่น ผ้าไหมทอมือ ผ้าไหมโคราช ผ้าไหมมัดหมี่ แบบนี้เป็นต้นครับจะทำให้ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าเราเจอง่ายขึ้น คู่แข่งก็จะน้อยลงตามลำดับ

ตัวช่วยในการค้นหา Keyword

หากเราต้องการรุ้ว่า keyword คำนี้ มีคนค้นหามากน้อยแค่ไหนหรือว่า อยากทราบว่า keyword ตัวไหนที่คนค้นหาเยอะ เพื่อเราจะได้รู้ว่า คนค้นหาสินค้าอะไรเยอะจะได้ตัดสินใจเลือกสินค้ามาขายถูกครับขอแนะนำเว็บไซต์ แรกเลย


1.  Google Search-base keyword tools >>  http://www.google.com/sktool

เว็บนี้จะช่วยให้ดูว่า keyword คำๆที่และคำที่ใกล้เคียงนั้นมีคนค้นหาได้มากน้อยเพียงใด เราลองมาดูวิธีใช้งานกันดีกว่า ^ ^



รูปที่ 1 SK Tool

พอเข้ามายังเว็บไซต์จะพบกับหน้าตาเครื่องมือ SK Tool ดังนี้ครับ
1.    คลิกที่ edit เพื่อปรับเป็นประเทศไทยและภาษาไทยก่อนครับเพราะเราจะขายสินค้าในประเทศไทย ส่วนภาษา ถ้าสินค้าคุณเป็นภาษาอังกฤษก็ให้เลือก เป็น English ถ้าเป็นภาษาไทยให้เลือก Thai ครับดังภาพ
2.    ใส่ keyword ของเราตรงนี้ครับ
3.    เมื่อใส่เสร็จแล้วกด Find keywords เลย


รูปที่ 2 ผลการค้นหา

สมมุติว่าผมต้องการขายชุดเดรส แต่ผมไม่ทราบว่าจะขายชุดเดรสจะต้องใช้ Keyword อะไรบ้าง ชุดเดรสอะไรที่เค้าอยากซื้อกันมากที่สุด ผมจึงพิมพ์ “ชุดเดรส” ในช่องหมายเลข 2 จากนั้นพอผมกด Find keywords ปุ๊บ ก้อจะมาโผล่มาที่หน้านี้ ลองมาดูรายละเอียดกัน


1.    Keywords ช่องนี้คือ keywords ที่เราพิมพ์ลงไปพร้อมกับคำที่มีความหมายใกล้เคียง
2.    Monthly searches ช่องนี้คือจำนวนการค้นหาทั้งเดือน
3.    Competitions ช่องนี้คือคู่แข่งยิ่งหลอดสีเข้มเท่าไรคู่แข่งยิ่งเยอะตามเท่านั้น
เห็น keywords ผมวงเอาไว้ให้แล้วตรงหมายเลข 4.  ดังนั้น keywords สินค้าของผมก็คือ ชุดเดรสสั้น และ ชุดเดรสเกาหลี ครับ เพราะว่า ดูแล้วมีการค้นหาประจำเดือนถึง 540 และ 230 ครั้งใน หนึ่งเดือนตามลำดับแสดงว่าสินค้าสองชิ้นนี้มีคนต้องการซื้อเป็นจำนวนมากใช้ ได้เลย แล้วในส่วนช่องของคู่แข่งก็พบว่ายังไม่มากด้วยครับ

2. Truehits >> http://directory.truehits.net/
เว็บนี้เป็นเว็บของหน่วยงานภาครัฐที่ให้บริการการตรวจสอบสถิติเว็บไซต์และ keywords อย่างครบวงจรดังนั้นทรูฮิตจะมีข้อมูล Keyword ที่สำคัญๆ มากมายลองเข้ามาหาข้อมูล Keyword ที่น่าจะเอามาช่วยในการปรับปรุงเว็บร้านค้าเราได้ที่นี่



รูปที่ 3 หน้าตาเว็บไซต์ทรูฮิต

เมื่อท่านเข้ามายังเว็บไซต์ท่านจะพบว่าทรูฮิตได้แบ่งหมวดหมู่ให้เราค้น ข้อมูลไว้เยอะเลยครับ ท่านขายสินค้าอะไรให้คลิกเข้าหมวดนั้น เช่น ท่านขายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ก็เลือกหมวดคอมพิวเตอร์ครับ แต่ในที่นี้สมมุติว่าผมจะขายชุดเดรส ดังนั้นผมจะเข้าไปที่หมวดช๊อปปิ้งตามลูกศรเลย (พวกเสื้อเครื่องและประดับจะอยู่ในหมวดนี้หมดเลยครับ)



ภาพที่ 4 รายละเอียดของหมวด

พอท่านเลือกหมวดเสร็จจะพบกับหน้านี้ครับตามภาพที่ 4 จะมีข้อมูลหมวดหมู่ย่อยๆในหมวดนั้น แต่ว่าเราต้องการหา keywords ให้เราคลิกที่คำว่า keywords ตามที่ลูกศรชี้

ภาพที่ 5 keywords ในหน้ารวม

พอเราคลิ๊กเข้ามาแล้วจะพบกับหน้ารวม keywords ของหมวดช๊อบปิ้งครับซึ่งมีมากมาย หากท่านต้องการหาข้อมูลที่จำเพาะเจาะจงยิ่งขึ้น ให้ท่านใส่ keywords ในช่องที่ลูกศรชี้สมมุติว่าเราจะขายชุดเดรส ผมจึงพิมพ์ “ชุดเดรส” เข้าไปในช่อง keywords จากนั้นกด Enter


ภาพที่ 6 ผลลัพท์ที่ได้


พอกด Enter แล้วจะพบกับผลลัพท์ที่เป็น ข้อมูล keyword ที่เกี่ยวข้องกับชุดเดรสมากมายเลย ซึ่ง  คล้ายๆ กับ SK Tools ที่ได้กล่าวไปแล้วในข้อที่ 1 ครับสินค้า ชุดเดรส ที่คนนิยมค้นหากันก็คือ ชุดเดรสสั้น และ ชุดเดรสเกาหลี ชุดแซก และอีกมากมายให้เราเลือกไปใช้ได้เลยครับ

3.   Google Insight Search >>  http://www.google.com/insights/search/#


อยากรู้ว่าคนทั้งโลกค้นอะไรไหมครับ   จากสองข้อแรกจนมาถึงข้อนี้ผมคิดว่าทุกคนคงได้ keywords ของสินค้าที่ท่านต้องการจะขายแล้วนะครับแต่ว่าแนวโน้มในอนาคตล่ะว่ามันจะ ขึ้นหรือจะลง เพราะสินค้าบางชิ้นอาจขายได้แค่บางช่วงฤดูกาลเท่านั้น เช่น ร่ม หรือ เสื้อกันหนาว ครับจะได้เฉพาะในฤดูกาลของมัน ดังนั้นเราจึงจำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือตัวนี้ช่วยวิเคราะห์แนวโน้มของมัน ว่าจะทำการขายมันดีมั้ย โดยการดูจากกราฟ ถ้ากราฟขึ้นแสดงว่าสินค้าตัวนี้มีการขายดีขึ้นอย่างต่อเนื่องน่าจะนำมาขาย แต่ถ้ากราฟลดลงแสดงว่าสินค้าตัวนี้กำลังจะหมดความนิยมแล้วขายไปก็ขายไม่ออก เพราะอยู่ในช่วงขาลง ลูกค้าไม่นิมยมซื้อแล้ว เอาล่ะพูดไปอาจไม่เห็นภาพ เราลองมาดูกันเลยครับ ไม่ยากอย่างที่คิด


ภาพที่ 7 เจาะลึกการค้นหา


มาดูรายละเอียดของหน้าเว็บไซต์กันครับ
1.    ใส่ keywords ของในในช่องนี้เลยครับ
2.    หากมีมากกว่า 1 คำให้กดคำว่า + เพิ่มข้อความค้นหา ตามลูกศรชี้เลยครับแล้วจะมีช่องอีกช่องนึงให้เรากรอก keywords อีกคำครับ ในที่นี้ผมใส่ keywords ที่ผมได้มาคือ ชุดเดรสสั้น และ ชุดเดรสเกาหลี
3.    ตัวกรองช่องนี้ ปรับเป็น ไทยนะครับจากคำว่า ทั่วโลก เพราะเราขายของในประเทศไทย ต้องการทราบข้อมูลในประเทศไทยเท่านั้น
4.    กดค้นหา


รูปที่ 8 ผลการค้นหา


1.    ผลรวม จะบอกค่าตัวเลขในแง่ของ % ครับ
2.    กราฟของผลลัพท์ จากรูปจะเห็นว่า ชุดเดรสเกาหลีมาแรงกว่า และชุดเดรสสั้นน้อยกว่า แต่ว่าสินค้าสองตัวนี้มีแนวโน้มจะดีขึ้นไม่ตกลงไปมากกว่าดี สังเหตุที่กราฟชี้ขึ้นครับ แสดงว่าสินค้า 2 ตัวนี้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นกำลังเป็นที่นิยมอยู่
3.    จังหวัดที่มีการค้นหาสินค้า 2 ชิ้นนี้ครับได้ แก่ กรุงเทพมหานครนั่นเอง นั้นทำให้เรารู้ที่อยู่ของกลุ่มลูกค้าเราแล้วล่ะ

เพียงเท่านี้เราก็จะรู้แนวโน้มความต้องการของผู้ใช้อินเตอร์เนตในเมืองไทยแล้วล่ะครับว่าเขาหาอะไรกัน พอเรารู้แนวทางแล้วเราก็สามารถเลือกใช้คำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับร้านค้าเราได้

จบแล้วนะครับสำหรับการค้นหา keywords ของสินค้าที่เราจะนำมาขายในร้านค้าของเรา ต่อไปผมจะบอกวิธีนำ keywords ที่เราหาได้มาเนี่ยจะนำไปใช้อย่างไร

=====================================================================


หลังจากรู้วิธีหา Keyword แล้วนั้นถึงคราวที่เราต้องนำ Keyword ที่หามาเข้ามาใส่ในร้านค้าของเรากันแล้วครับ

หลังจาก login เข้าระบบจัดการร้านค้าแล้ว ก่อนอื่นเริ่มที่ใส่ keyword ที่ชื่อสินค้าเลย


ภาพที่ 9 ชื่อสินค้า


หลังจากที่เข้าสู่ในส่วนของเมนู เพิ่ม/แก้ไขข้อมูลสินค้า > กระบวนการเพิ่มข้อมูล แล้วให้มาตรงชื่อสินค้า หลังจากนั้นนำ Keyword ที่เราได้มาจากข้างต้นนำมาใส่เป็นชื่อสินค้าเลยครับตามภาพที่ 9 เลยครับ

ขั้นตอนต่อมาก็นำ keyword ที่หามาได้ แฝง keyword ในรายละเอียดสินค้า


ภาพที่ 10 รายละเอียดสินค้า


ในส่วนของรายละเอียดสินค้า ค่อนข้างที่จะสำคัญครับ ให้เราเขียนรายละเอียดของเราเองไม่ไปทำการคัดลอกมาจากที่อื่น ครับแล้วพยายามแทรก Keyword ที่หามาได้จากในข้างต้นเข้าไป ใส่ตามความเหมาะสมโดยไม่มากเกินไปจนอ่านไม่รู้เรื่องนะครับ


ตัวอย่างเช่น เราจะเขียนรายละเอียดสินค้าประเภท ชุดเดรส


เช่น “ชุดเดรสสั้นตัวนี้ทำจากผ้าฝ้าย 100% มีสีน้ำเงินอมดำ เวลาใส่แล้วจะทำให้ดูดีเป็นพิเศษเพราะเดรสสั้นชุดนี้ดีไซน์แบบแขนกุดประดับจีบเวลาใส่แล้วจะรุ้สึกเย็นสบายไม่ร้อน นอกจากนี้เดรสสั้นชุดนี้มีจำนวนจำกัดและ เหลือจำนวนไม่มาก หากหมดแล้วต้องใช้เวลาในการสั่งตัดใหม่ ด่วน! รีบตัดสินใจก่อนที่เดรสสั้นสุดเริ่ดชุดนี้จะหมดไป”


เป็นต้นนะครับ ลองสังเกต ที่ผมขีดเส้นใต้ไว้ นั่นคือ Keyword ครับ หรือหากท่านต้องการที่จะใส่รูปด้วยตรงในส่วนของรายละเอียดสินค้าท่านก็ สามารถแทรกได้ครับ แต่อย่าลืมเขียนคำอธิบายภาพนั้นๆ ไว้ใต้ภาพด้วยครับ และแน่นอนตรงส่วนของคำอธิบายภาพนั้นอยากลืมแทรก Keywordไปสักหนึ่งคำครับ


รูปที่ 12 หน้าตาของร้าน


เอาล่ะครับคราวนี้เรามาดูกันว่าที่เราทำไปหน้าตาจะออกมาเป็นไงบ้าง เมื่อเราทำกันครบขั้นตอนในข้างต้นแล้วนะครับ ซึ่งเราจะสังเกตว่าหน้าของรายละเอียดสินค้าจะมีความเป็น SEO มากขึ้น ตามภาพครับ

1.ชื่อของสินค้า เป็น Keyword
2. ชื่อของรูปภาพก็เป็น Keyword สังเกตตอนเอาเม้าส์ไปชี้จะขึ้นเป็นชื่อรูปภาพครับ
3. ในส่วนของรายละเอียด มี keyword แทรกอยู่ถึง 4 คำ

จบแล้วนะครับสำหรับ SEO Tip ง่ายดายใช่ไหมครับไม่ยากเลยเพียงคุณปรับ หน้ารายละเอียดสินค้านิดๆหน่อย หน้ารายการสินค้าของคุณจะเป็นที่รักของ Google มากขึ้นนั่นหมายความว่าโอกาสที่เราจะขายของได้เพิ่มขึ้นด้วยครับและหากยัง ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ ด้าน SEO มากขึ้นอีกโปรดติดตาม Tip หน้าในส่วนของรายละเอียดอื่นๆครับ

ขอบคุณครับ

ตลาด ดอทคอม

ปล. Bookmark หน้านี้ไว้ได้เลยนะครับ ทีมงานจะมี Keyword เด็ดๆมาแนะนำกันเป็นประจำที่นี่ ใครอยากได้ Keyword ฮิตๆหมวดไหนขอมาได้ครับ

เว็บสำเร็จรูป e-Commerce

ใส่สินค้าอย่างเหนือชั้น ให้ติดอันดับ Google!!! [ 000188 ]

อ่านแล้วทำตามรับประกัน Google ค้นเจอ !!!

วันนี้จะมาแนะนำ เทคนิคเล็กๆน้อยเพื่อเพิ่มยอดขายให้แก่พี่น้องครับ โดยสิ่งที่ผมจะแนะนำพวกท่านก็คือ ปรับแต่งร้านค้าของเราให้ง่ายต่อการ SEO…. บางท่านอาจจะงง SEO คืออะไร ?   สรุปสั้น SEO ก็คือการทำยังไงก็ได้ให้ติด อันดับการค้นหาของ Google  ลองคิดตามผมนะครับ ถ้ามีป้ายประชาสัมพันธ์ ป้ายๆหนึ่ง ที่มีคนเข้ามาหาข้อมูลจากป้ายนั้น วันละมากกว่า 200 ล้าน คนต่อวัน แล้ว ร้านค้าเราติดอยู่หน้าแรกแถมติด ที่ 1 คิดดูสิคนจะเข้ามาร้านค้าเราเพื่อซื้อสินค้าจะมีมากขนาดไหน ^_^

Google เปรียบเหมือนป้ายประชาสัมพันธ์ ที่บอกไปเมื่อสักครู่ เพราะวันนึงคนเข้ามาใช้ goolge เยอะมากมายหลักร้อยล้าน ถ้าเราทำให้ร้านค้าเราติดอันดับในนั้นได้เราก็สามารถเพิ่มโอกาศทางการขายได้ มากเลยล่ะครับ


แล้วต้องทำอย่างไร ?

เราต้องเริ่มจากการหา keyword ก่อนเลยครับ keyword คืออะไร?

keyword คือคำที่ผู้ซื้อต้องการจะซื้อ หรือเป็นชนิดสินค้าที่ผู้ขายต้องการจะขายนั่นเองครับ ง่ายๆเลยถ้าคุณต้องการจะขายนาฬิกา G Shock คำว่า“นาฬิกา G Shock, G-shock ” คือ keyword ของคุณครับ โดยที่ keyword ที่ดีนั้นจะมีเงื่อนไขง่ายๆดังนี้ครับ
1.    ห้ามแปลคำศัพท์เฉพาะ เช่น Ipad ก็ คือ Ipad ห้ามใช้คำว่า ไอแพต หรือ นาฬิกา G Shock ห้ามใช้คำว่า นาฬิกา จีชอก  นะครับ
2.    อย่าใช้ความหมายที่กว้างจนเกินไป เช่น คุณจะขายผ้าไหม ถ้าไม่อยากเจอคู่แข่งมหาศาล ห้ามใช้คำว่า “ผ้าไหม” ควรจะบอกด้วยครับว่าผ้าไหมอะไร เช่น ผ้าไหมทอมือ ผ้าไหมโคราช ผ้าไหมมัดหมี่ แบบนี้เป็นต้นครับจะทำให้ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าเราเจอง่ายขึ้น คู่แข่งก็จะน้อยลงตามลำดับ

ตัวช่วยในการค้นหา Keyword

หากเราต้องการรุ้ว่า keyword คำนี้ มีคนค้นหามากน้อยแค่ไหนหรือว่า อยากทราบว่า keyword ตัวไหนที่คนค้นหาเยอะ เพื่อเราจะได้รู้ว่า คนค้นหาสินค้าอะไรเยอะจะได้ตัดสินใจเลือกสินค้ามาขายถูกครับขอแนะนำเว็บไซต์ แรกเลย


1.  Google Search-base keyword tools >>  http://www.google.com/sktool

เว็บนี้จะช่วยให้ดูว่า keyword คำๆที่และคำที่ใกล้เคียงนั้นมีคนค้นหาได้มากน้อยเพียงใด เราลองมาดูวิธีใช้งานกันดีกว่า ^ ^



รูปที่ 1 SK Tool

พอเข้ามายังเว็บไซต์จะพบกับหน้าตาเครื่องมือ SK Tool ดังนี้ครับ
1.    คลิกที่ edit เพื่อปรับเป็นประเทศไทยและภาษาไทยก่อนครับเพราะเราจะขายสินค้าในประเทศไทย ส่วนภาษา ถ้าสินค้าคุณเป็นภาษาอังกฤษก็ให้เลือก เป็น English ถ้าเป็นภาษาไทยให้เลือก Thai ครับดังภาพ
2.    ใส่ keyword ของเราตรงนี้ครับ
3.    เมื่อใส่เสร็จแล้วกด Find keywords เลย


รูปที่ 2 ผลการค้นหา

สมมุติว่าผมต้องการขายชุดเดรส แต่ผมไม่ทราบว่าจะขายชุดเดรสจะต้องใช้ Keyword อะไรบ้าง ชุดเดรสอะไรที่เค้าอยากซื้อกันมากที่สุด ผมจึงพิมพ์ “ชุดเดรส” ในช่องหมายเลข 2 จากนั้นพอผมกด Find keywords ปุ๊บ ก้อจะมาโผล่มาที่หน้านี้ ลองมาดูรายละเอียดกัน


1.    Keywords ช่องนี้คือ keywords ที่เราพิมพ์ลงไปพร้อมกับคำที่มีความหมายใกล้เคียง
2.    Monthly searches ช่องนี้คือจำนวนการค้นหาทั้งเดือน
3.    Competitions ช่องนี้คือคู่แข่งยิ่งหลอดสีเข้มเท่าไรคู่แข่งยิ่งเยอะตามเท่านั้น
เห็น keywords ผมวงเอาไว้ให้แล้วตรงหมายเลข 4.  ดังนั้น keywords สินค้าของผมก็คือ ชุดเดรสสั้น และ ชุดเดรสเกาหลี ครับ เพราะว่า ดูแล้วมีการค้นหาประจำเดือนถึง 540 และ 230 ครั้งใน หนึ่งเดือนตามลำดับแสดงว่าสินค้าสองชิ้นนี้มีคนต้องการซื้อเป็นจำนวนมากใช้ ได้เลย แล้วในส่วนช่องของคู่แข่งก็พบว่ายังไม่มากด้วยครับ

2. Truehits >> http://directory.truehits.net/
เว็บนี้เป็นเว็บของหน่วยงานภาครัฐที่ให้บริการการตรวจสอบสถิติเว็บไซต์และ keywords อย่างครบวงจรดังนั้นทรูฮิตจะมีข้อมูล Keyword ที่สำคัญๆ มากมายลองเข้ามาหาข้อมูล Keyword ที่น่าจะเอามาช่วยในการปรับปรุงเว็บร้านค้าเราได้ที่นี่



รูปที่ 3 หน้าตาเว็บไซต์ทรูฮิต

เมื่อท่านเข้ามายังเว็บไซต์ท่านจะพบว่าทรูฮิตได้แบ่งหมวดหมู่ให้เราค้น ข้อมูลไว้เยอะเลยครับ ท่านขายสินค้าอะไรให้คลิกเข้าหมวดนั้น เช่น ท่านขายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ก็เลือกหมวดคอมพิวเตอร์ครับ แต่ในที่นี้สมมุติว่าผมจะขายชุดเดรส ดังนั้นผมจะเข้าไปที่หมวดช๊อปปิ้งตามลูกศรเลย (พวกเสื้อเครื่องและประดับจะอยู่ในหมวดนี้หมดเลยครับ)



ภาพที่ 4 รายละเอียดของหมวด

พอท่านเลือกหมวดเสร็จจะพบกับหน้านี้ครับตามภาพที่ 4 จะมีข้อมูลหมวดหมู่ย่อยๆในหมวดนั้น แต่ว่าเราต้องการหา keywords ให้เราคลิกที่คำว่า keywords ตามที่ลูกศรชี้

ภาพที่ 5 keywords ในหน้ารวม

พอเราคลิ๊กเข้ามาแล้วจะพบกับหน้ารวม keywords ของหมวดช๊อบปิ้งครับซึ่งมีมากมาย หากท่านต้องการหาข้อมูลที่จำเพาะเจาะจงยิ่งขึ้น ให้ท่านใส่ keywords ในช่องที่ลูกศรชี้สมมุติว่าเราจะขายชุดเดรส ผมจึงพิมพ์ “ชุดเดรส” เข้าไปในช่อง keywords จากนั้นกด Enter


ภาพที่ 6 ผลลัพท์ที่ได้


พอกด Enter แล้วจะพบกับผลลัพท์ที่เป็น ข้อมูล keyword ที่เกี่ยวข้องกับชุดเดรสมากมายเลย ซึ่ง  คล้ายๆ กับ SK Tools ที่ได้กล่าวไปแล้วในข้อที่ 1 ครับสินค้า ชุดเดรส ที่คนนิยมค้นหากันก็คือ ชุดเดรสสั้น และ ชุดเดรสเกาหลี ชุดแซก และอีกมากมายให้เราเลือกไปใช้ได้เลยครับ

3.   Google Insight Search >>  http://www.google.com/insights/search/#


อยากรู้ว่าคนทั้งโลกค้นอะไรไหมครับ   จากสองข้อแรกจนมาถึงข้อนี้ผมคิดว่าทุกคนคงได้ keywords ของสินค้าที่ท่านต้องการจะขายแล้วนะครับแต่ว่าแนวโน้มในอนาคตล่ะว่ามันจะ ขึ้นหรือจะลง เพราะสินค้าบางชิ้นอาจขายได้แค่บางช่วงฤดูกาลเท่านั้น เช่น ร่ม หรือ เสื้อกันหนาว ครับจะได้เฉพาะในฤดูกาลของมัน ดังนั้นเราจึงจำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือตัวนี้ช่วยวิเคราะห์แนวโน้มของมัน ว่าจะทำการขายมันดีมั้ย โดยการดูจากกราฟ ถ้ากราฟขึ้นแสดงว่าสินค้าตัวนี้มีการขายดีขึ้นอย่างต่อเนื่องน่าจะนำมาขาย แต่ถ้ากราฟลดลงแสดงว่าสินค้าตัวนี้กำลังจะหมดความนิยมแล้วขายไปก็ขายไม่ออก เพราะอยู่ในช่วงขาลง ลูกค้าไม่นิมยมซื้อแล้ว เอาล่ะพูดไปอาจไม่เห็นภาพ เราลองมาดูกันเลยครับ ไม่ยากอย่างที่คิด


ภาพที่ 7 เจาะลึกการค้นหา


มาดูรายละเอียดของหน้าเว็บไซต์กันครับ
1.    ใส่ keywords ของในในช่องนี้เลยครับ
2.    หากมีมากกว่า 1 คำให้กดคำว่า + เพิ่มข้อความค้นหา ตามลูกศรชี้เลยครับแล้วจะมีช่องอีกช่องนึงให้เรากรอก keywords อีกคำครับ ในที่นี้ผมใส่ keywords ที่ผมได้มาคือ ชุดเดรสสั้น และ ชุดเดรสเกาหลี
3.    ตัวกรองช่องนี้ ปรับเป็น ไทยนะครับจากคำว่า ทั่วโลก เพราะเราขายของในประเทศไทย ต้องการทราบข้อมูลในประเทศไทยเท่านั้น
4.    กดค้นหา


รูปที่ 8 ผลการค้นหา


1.    ผลรวม จะบอกค่าตัวเลขในแง่ของ % ครับ
2.    กราฟของผลลัพท์ จากรูปจะเห็นว่า ชุดเดรสเกาหลีมาแรงกว่า และชุดเดรสสั้นน้อยกว่า แต่ว่าสินค้าสองตัวนี้มีแนวโน้มจะดีขึ้นไม่ตกลงไปมากกว่าดี สังเหตุที่กราฟชี้ขึ้นครับ แสดงว่าสินค้า 2 ตัวนี้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นกำลังเป็นที่นิยมอยู่
3.    จังหวัดที่มีการค้นหาสินค้า 2 ชิ้นนี้ครับได้ แก่ กรุงเทพมหานครนั่นเอง นั้นทำให้เรารู้ที่อยู่ของกลุ่มลูกค้าเราแล้วล่ะ

เพียงเท่านี้เราก็จะรู้แนวโน้มความต้องการของผู้ใช้อินเตอร์เนตในเมืองไทยแล้วล่ะครับว่าเขาหาอะไรกัน พอเรารู้แนวทางแล้วเราก็สามารถเลือกใช้คำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับร้านค้าเราได้

จบแล้วนะครับสำหรับการค้นหา keywords ของสินค้าที่เราจะนำมาขายในร้านค้าของเรา ต่อไปผมจะบอกวิธีนำ keywords ที่เราหาได้มาเนี่ยจะนำไปใช้อย่างไร

=====================================================================


หลังจากรู้วิธีหา Keyword แล้วนั้นถึงคราวที่เราต้องนำ Keyword ที่หามาเข้ามาใส่ในร้านค้าของเรากันแล้วครับ

หลังจาก login เข้าระบบจัดการร้านค้าแล้ว ก่อนอื่นเริ่มที่ใส่ keyword ที่ชื่อสินค้าเลย


ภาพที่ 9 ชื่อสินค้า


หลังจากที่เข้าสู่ในส่วนของเมนู เพิ่ม/แก้ไขข้อมูลสินค้า > กระบวนการเพิ่มข้อมูล แล้วให้มาตรงชื่อสินค้า หลังจากนั้นนำ Keyword ที่เราได้มาจากข้างต้นนำมาใส่เป็นชื่อสินค้าเลยครับตามภาพที่ 9 เลยครับ

ขั้นตอนต่อมาก็นำ keyword ที่หามาได้ แฝง keyword ในรายละเอียดสินค้า


ภาพที่ 10 รายละเอียดสินค้า


ในส่วนของรายละเอียดสินค้า ค่อนข้างที่จะสำคัญครับ ให้เราเขียนรายละเอียดของเราเองไม่ไปทำการคัดลอกมาจากที่อื่น ครับแล้วพยายามแทรก Keyword ที่หามาได้จากในข้างต้นเข้าไป ใส่ตามความเหมาะสมโดยไม่มากเกินไปจนอ่านไม่รู้เรื่องนะครับ


ตัวอย่างเช่น เราจะเขียนรายละเอียดสินค้าประเภท ชุดเดรส


เช่น “ชุดเดรสสั้นตัวนี้ทำจากผ้าฝ้าย 100% มีสีน้ำเงินอมดำ เวลาใส่แล้วจะทำให้ดูดีเป็นพิเศษเพราะเดรสสั้นชุดนี้ดีไซน์แบบแขนกุดประดับจีบเวลาใส่แล้วจะรุ้สึกเย็นสบายไม่ร้อน นอกจากนี้เดรสสั้นชุดนี้มีจำนวนจำกัดและ เหลือจำนวนไม่มาก หากหมดแล้วต้องใช้เวลาในการสั่งตัดใหม่ ด่วน! รีบตัดสินใจก่อนที่เดรสสั้นสุดเริ่ดชุดนี้จะหมดไป”


เป็นต้นนะครับ ลองสังเกต ที่ผมขีดเส้นใต้ไว้ นั่นคือ Keyword ครับ หรือหากท่านต้องการที่จะใส่รูปด้วยตรงในส่วนของรายละเอียดสินค้าท่านก็ สามารถแทรกได้ครับ แต่อย่าลืมเขียนคำอธิบายภาพนั้นๆ ไว้ใต้ภาพด้วยครับ และแน่นอนตรงส่วนของคำอธิบายภาพนั้นอยากลืมแทรก Keywordไปสักหนึ่งคำครับ


รูปที่ 12 หน้าตาของร้าน


เอาล่ะครับคราวนี้เรามาดูกันว่าที่เราทำไปหน้าตาจะออกมาเป็นไงบ้าง เมื่อเราทำกันครบขั้นตอนในข้างต้นแล้วนะครับ ซึ่งเราจะสังเกตว่าหน้าของรายละเอียดสินค้าจะมีความเป็น SEO มากขึ้น ตามภาพครับ

1.ชื่อของสินค้า เป็น Keyword
2. ชื่อของรูปภาพก็เป็น Keyword สังเกตตอนเอาเม้าส์ไปชี้จะขึ้นเป็นชื่อรูปภาพครับ
3. ในส่วนของรายละเอียด มี keyword แทรกอยู่ถึง 4 คำ

จบแล้วนะครับสำหรับ SEO Tip ง่ายดายใช่ไหมครับไม่ยากเลยเพียงคุณปรับ หน้ารายละเอียดสินค้านิดๆหน่อย หน้ารายการสินค้าของคุณจะเป็นที่รักของ Google มากขึ้นนั่นหมายความว่าโอกาสที่เราจะขายของได้เพิ่มขึ้นด้วยครับและหากยัง ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ ด้าน SEO มากขึ้นอีกโปรดติดตาม Tip หน้าในส่วนของรายละเอียดอื่นๆครับ

ขอบคุณครับ

ตลาด ดอทคอม

ปล. Bookmark หน้านี้ไว้ได้เลยนะครับ ทีมงานจะมี Keyword เด็ดๆมาแนะนำกันเป็นประจำที่นี่ ใครอยากได้ Keyword ฮิตๆหมวดไหนขอมาได้ครับ

หัวข้อ (Title) : ใส่สินค้าอย่างเหนือชั้น ให้ติดอันดับ Google!!!
ความคิดเห็น :
(Answer)
*
ชื่อ (Name) : *
อีเมล (Email) :

Thailand Web Stat

Tags: , , , ,